อ้อย

 

สถานการณ์ทั่วไป  

อ้อยเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลำต้นมีปล้องชัดเจน  มีใบเกิดสลับข้างกัน มีกาบใบหุ้มลำต้น กาบใบมีไขและขน รากเป็นระบบรากย่อย แต่แข็งแรงหยั่งลงลึกใต้ดิน ชอบแสงแดดจัด อากาศร้อนและชุ่มชื้นสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด  ระบายน้ำดี มีอินทรีย์วัตถุไม่น้อยกว่า ร้อยละ 2 ช่วงก่อนเก็บเกี่ยว2 เดือนต้องอากาศเย็นเพื่อสะสมน้ำตาล พื้นที่ปลูกควรเป็นพื้นที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง หน้าดินลึกอย่างน้อย 20 นิ้วเป็นดินร่วนปนทราย ความอุดมสมบูรณ์ดีมีการระบายน้ำดี การคมนาคมสะดวก และไม่ควรอยู่ห่างจากโรงงานเกิน 50 กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ที่ประกาศเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับอ้อยโรงงาน

 

จังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่ปลูกอ้อย 53,228 ไร่ ในท้องที่อำเภอสนามชัยเขต  อำเภอท่าตะเกียบ  และอำเภอแปลงยาว  ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 8,500 กิโลกรัมต่อไร่  เกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทรา จะขายอ้อยให้กับโรงงานน้ำตาลที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรีทั้งหมด  ซึ่งอยู่เขตเศรษฐกิจฯ ที่ 9 จังหวัดชลบุรี

 

การปลูกการดูแลรักษา

                1. พันธุ์อ้อยที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา  ใช้ทั้งพันธุ์ส่งเสริมของกรมวิชาการเกษตรและพันธุ์ของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เช่น พันธุ์อู่ทอง 1 อู่ทอง 2 อู่ทอง 3 และพันธุ์ เค 84 – 200 เค 88-92

                2. ฤดูปลูก การปลูกอ้อยของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นอ้อยเขตน้ำฝน ที่นิยมปลูกมากคือช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม

                3. การเตรียมดินมีการเตรียมดิน 3 ครั้ง ลึก 30 – 50 เซนติเมตร ตากดิน 7 – 10 วัน พรวนยกร่องระยะ 1.0 – 1.5 เมตร  ในพื้นที่จะมีอินทรีย์วัตถุน้อย มีการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ 1 – 2 ตันต่อไร่

                4. วิธีการปลูก และการใส่ปุ๋ย   อ้อยฤดูฝนปลูกเป็นแถวคู่ 30x50 เซนติเมตร กลบดินหนา 3-5 เซนติเมตร  การใส่ปุ๋ยใส่ตามผล การวิเคราะห์มันอย่างน้อย 2 ครั้ง /ฤดูปลูกในสภาพดินทรายให้ สูตร 15-15-15 หรือ 13-13-21 ครั้งที่ 1 รองก้นหลุม 20 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่ 2 เมื่ออ้อยอายุ 2-3  เดือน อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่  ในสภาพดินเหนียว ให้ปุ๋ยสูตร 16-8-8 

                ครั้งที่ 1 หลังปลูกหรือหลังแต่งตอ อัตรา 35 กิโลกรัมต่อไร่

                                ครั้งที่ 2 เมื่ออ้อยอายุ 2 – 3 เดือน อัตรา 40 กิโลกรัมต่อไร่

                5. การกำจัดวัชพืช ควรทำอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ เมื่ออ้อยอายุ 1 เดือน และอายุ 2 ½ เดือน หรือทำพร้อมพร้อมใส่ปุ๋ยจะได้ผลดี อาจใช้แรงงานคน  แรงงานสัตว์หรือเครื่องมือทุ่นแรง รวมทั้งใช้สาร  เคมี ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและได้ผลดี นิยมใช้หลังการปลูกอ้อยแล้ว

 

โรคอ้อยที่สำคัญ   

ได้แก่ โรคใบขาว  โรคแส้ดำ  โรคเหี่ยวเน่าแดง และโรคกอตะไคร้

 

การป้องกันกำจัดโรคอ้อย

ต้องใช้วิธีการผสมผสานหลายอย่าง ทั้งทางด้านการเขตกรรม การจัดการด้านต่าง ๆ ได้แก่ใช้พันธุ์ที่ปลอดจากโรค ในแหล่งที่เป็นโรคควรขุดทำลายทิ้ง ปลูกพืชหมุนเวียนตัดวงจรการระบาดของโรค ใช้พันธุ์ที่ต้าน ทาน และถ้าจำเป็นควรแช่พันธุ์อ้อยในน้ำร้อน 50 องศาเซลเซียส  นาน 2 ชั่วโมง จะช่วยป้องกันโรคได้

 

แมลงศัตรูอ้อย                 

ได้แก่ หนอนกออ้อยชนิดต่าง ๆ  เช่นหนอนกอลายจุดใหญ่ หรือหนอนเจาะลำต้น  อ้อย  หนอนกอลายจุดเล็ก  ด้วงหนอนยา

แมลงนูนหลวง  และปลวก  เป็นต้น

 

การป้องกันกำจัด   

เน้นการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่สำคัญคือ

 

ศัตรูอ้อย

แมลงห้ำ 

ได้แก่ ด้วงเต่า  มวนพิฆาต แมลงหางหนีบ และมด ซึ่งจะกินไข่ของผีเสื้อหนอนกอ้อย   ตัวหนอนและดักแด้ของ

หนอนกออ้อย 

แมลงเบียน  

มี 3 ชนิด  ได้แก่แตนเบียนไข่ตริคโคแกรมมา แตนเบียนไข่เทเลโนมัสและแตนเบียนหนอนโคทีเซียเป็นแมลงเบียน

ไข่ของผีเสื้อหนอนกออ้อย ส่วนแตนเบียนหนอนโคทีเซียจะเบียนระยะหนอนของหนอนกออ้อย

เชื้อรา 

ช่วยทำลายแมลงศัตรูอ้อย  พวกหนอนของด้วงหนวดยาว ปลวก และแมลงนูนหลวง

ไร  

ดูดกินน้ำเลี้ยงจากหนอน  ดักแด้  และตัวเต็มวัย  ทำให้ด้วงหนวดยาวตาย

นกฮูก  นกแสก  เหยี่ยว พังพอน และงู  

เป็นศัตรูธรรมชาติจับกินหนู สัตว์ศัตรูของอ้อย  ศัตรูธรรมชาติทั้ง 5 กลุ่มนี้ มีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลง

และสัตว์ศัตรูอ้อย การป้องกันกำจัดศัตรูอ้อย จึงควรใช้วิธีการที่ปลอดภัย และสอนให้เกษตรกรรู้จักศัตรูธรรมชาติ  เพื่ออนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติเหล่านี้ไว้

 

การเก็บเกี่ยว                          

การเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมอ้อยควรมีอายุ 10 – 14 เดือน หลังปลูกมีความหวานมากกว่า 10 ซีซีเอส หรือมีค่าบริกซ์ของส่วนกลาง และปลายลำอ้อยต่างกันน้อยกว่า 2 และควรตัดอ้อยตอเข้าโรงงานก่อนอ้อยปลูก

 

วิธีการเก็บเกี่ยว

                ไม่ควรเผาอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว  ควรตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน

                ใช้แรงงานคน  ควรริดใบและกาบใบออก  ตัดยอดออก  ควรตัดต่ำกว่าจุดคอใบประมาณ 25 – 30 เซนติเมตร  สำหรับอ้อยไม่ออกดอก  อ้อยออกดอกตัดต่ำจากใบลงมา 100 – 150 เซนติเมตร  ตัดอ้อยให้ชิดดิน  และใช้ยอดอ้อยหรือเชือกปอมัดเป็นมัด ๆ ละ 10 ลำ  วางเรียงในไร่  ควรส่งเข้าโรงงานภายใน 1 – 2 วัน

                ใช้เครื่องเก็บเกี่ยว  ถ้าเครื่องตัดเป็นท่อน  ต้องตั้งใบมีดตัดให้ชิดดิน  และส่งเข้าโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง

 

การขนส่งอ้อย

                ต้องเตรียมยานพาหนะให้พร้อม  รถสะอาด  ไม่บรรทุกดินและหินไปพร้อมกับอ้อย  พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามคิดที่ตกลงไว้กับโรงงาน  ไม่ควรใช้รถบรรทุกย่ำในแปลงอ้อยโดยไม่จำเป็น

 

การจัดการอ้อยตอ

                ควรตัดแต่งตออ้อยให้ชิดดิน  ไม่ควรเผาใบอ้อย  หลังเก็บเกี่ยวใช้ใบและยอดอ้อยคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น  ทำให้อ้อยตองอกดี  ช่วยป้องกันการงอกของวัชพืช  และลดการระบาดของหนอนกออ้อย  ทำการใส่ปุ๋ยและน้ำเช่นเดียวกับอ้อยปลูก  แต่ควรใส่ปุ๋ยมากกว่าอ้อยปลูก  ควรใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง  คือใส่หลังตัดแต่งตอ  และอีกครั้งในระยะอ้อยแตกกอ  หรือหลังตัดอ้อย 3 เดือน  ในกรณีที่มีใบและเศษอ้อยมาก  ควรใช้ผานจักรร่วมกับจอบหมุน  สับใบและเศษซากอ้อยระหว่างแถว  เพื่อป้องกันไฟไหม้และสะดวกในการให้น้ำและปุ๋ย

 

 

 

กลับหน้าหลัก